เมือง Bangalore Software (IT) อันดับ 1 ของโลก

เมือง Bangalore Software (IT) อันดับ 1 ของโลก
IT Outsourcing

นอกเหนือจากการทำอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์จำหน่ายแล้ว อีกด้านหนึ่งที่เราพยายามจะแข่งมาตลอดก็คือเรื่องของการพัฒนานักซอฟต์แวร์เพื่อสร้างอุตสาหกรรม Outsourcing ซึ่งเราเห็นความสำเร็จของบริษัทในอินเดียอย่าง TCS, Infosys หรือ Wipro ซึ่งรายงานเมื่อปี 2011 ของ AT Kearney เรื่อง “Global Services Location Index 2011” ก็ระบุว่าประเทศไทยมีความสนใจในการเป็นแหล่งในการทำ Outsourcing อันดับที่ 7 ของโลกเรียนภาษาอังกฤษที่อินเดีย(ทั้งนี้ประเทศเราหล่นจากที่เคยเป็นอันดับที่ 4 เมื่อปี 2009) โดยมีตัวชี้วัดจากสามด้านคือ ความน่าสนใจในการลงทุน (Financial attractiveness) ความสามารถและความพร้อมของคน (People skills and availabilty) และ สภาวะแวดล้อมเชิงธุรกิจ (Business Environment) ซึ่งในรายงานระบุว่าประเทศอินเดียมีความน่าสนใจเป็นอันดับ 1 ตามด้วยประเทศจีน และมาเลเซีย โดยมีประเทศอื่นๆใน ASEAN อย่างอินโดนีเซียอยู่อันดับ 5 เวียดนามอันดับ 8 และฟิลิปปินส์อันดับ 9 แต่เมื่อดูข้อมูลจากรายงานก็กลับพบว่า AT Kearney ระบุว่าแม้ว่าประเทศไทยจะมีความน่าสนใจสำหรับการมาทำ Outsourcing แต่ก็ไม่มีอุตสาหกรรมทางด้านนี้เหมือนอย่างในฟิลิปปินส์หรือเวียดนาม

นอกจากนี้หากมาดูข้อมูลล่าสุดของ Tholons ได้ออกรายงานระบุเมืองที่ติด 100 อันดับในการทำ Outsourcing ทั่วโลกเมื่อปี 2013 (2013 Top 100 Outsourcing Destinations) โดยดูจากปริมาณการจ้างงาน ความน่าสนใจ และแนวโน้ม จะพบว่าแหล่งที่น่าสนใจจะอยู่ทางเอเซียใต้ โดยมีเมืองที่ติดอันดับ 1 ถึง 7 ล้วนแต่เป็นเมืองในประเทศอินเดีย โดยมีเมือง Bangalore เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย Mumbai ส่วนกรุงมะนิลาเป็นเมืองเดียวนอกประเทศอินเดียที่ติด 1 ใน 7 คือมีคะแนนมาเป็นอันดับ 3 และหากมาพิจารณาเฉพาะประเทศในกลุ่ม ASEAN จะเห็นว่าเมืองในประเทศฟิลิปปินส์ติดอันดับหลายเมืองมากเช่น Cebu เป็นอันดับ 8 นอกจากนี้เรายังเห็นว่าเมืองในประเทศเวียดนามก็เป็นแหล่งที่น่าสนใจในการทำ Outsourcing โดย Ho Chi Minh ติดอันดับ 16 และ Hanoi ติดอันดับ 23 ขณะที่กรุงเทพมหานครอยู่อันดับที่ 83 แต่เมืองอื่นๆใน ASEAN ก็มีอันดับที่สูงกว่าเราเช่น กรุงกัวลาลัมเปอร์อันดับที่ 19 สิงคโปร์อันดับที่ 31 กรุงจาการ์ต้าอันดับที่ 61 และเมีองต่างๆในเอเซียทั้งในประเทศจีน เกาหลี หรือไต้หวันก็มีอันดับสูงกว่า ซึ่งดูจากข้อมูลนี้ก็คงเห็นว่าเราคงลำบากที่จะแข่งในด้านของ Outsourcing Services

การเมืองเสี่ยง-แรงงานขาด!..ผู้ประกอบการชี้ “ไม่มีอะไรจะเสีย?” ตั้งเป้าครึ่งปีหลังอัดโปรโมชั่นโกยยอดเฮือกสุดท้าย!

การเมืองเสี่ยง-แรงงานขาด!..ผู้ประกอบการชี้ “ไม่มีอะไรจะเสีย?” ตั้งเป้าครึ่งปีหลังอัดโปรโมชั่นโกยยอดเฮือกสุดท้าย!

เริ่มตั้งเข็มทิศกันแล้วสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถกวาดยอดขายกันไปได้ไม่น้อย หากอีก 6 เดือนที่เหลือหลังจากนี้ยังไม่มีอะไรชี้ชัดได้ว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาฯจะวิ่งฉิวหรือสะดุดล้ม เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆที่รอถาโถมเข้ามานั้นทั้งรุนแรงและยากจะรับมือ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและปัญหาแรงงานขาดแคลนที่หลายฝ่ายต่างกังวลว่า ในครึ่งปีหลังนี้สถานการณ์จะยิ่งหนักข้อกว่าในช่วงที่ผ่านมา

สถานการณ์โดยทั่วไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งปีแรกต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ยังเป็นต่อในการครองตลาดซื้อขาย โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการแนวสูงที่ยังคงสามารถกระจายตัวออกไปได้เรื่อยๆแม้ว่าตัวเลขปริมาณหน่วยขายในตลาดสุ่มเสี่ยงต่อการก่อสภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯก็ตาม ซึ่งในประเด็นความเสี่ยงของตลาดอสังหาฯนี้ “ทริสเรทติ้ง” ประเมินว่า ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นวงจรลักษณะของวัฏจักรขึ้น-ลง และมีการแข่งขันสูง ทำให้ความเสี่ยงในตลาดมีสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะการขาดแคลนแรงงานในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่งผลให้แนวโน้มตลาดในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่เปิดไฟเขียวเสียทีเดียวนัก

นายปราโมทย์ ธีรกุล ประธานบริหารโฟร์พัฒนากรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด เผยว่า สถานการณ์ของตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยังต้องเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเมือง ราคาน้ำมัน และในด้านต้นทุนราคาต่างๆ เนื่องจากผลจากการปรับค่าขึ้นแรง และราคาวัสดุก่อสร้างที่จ่อปรับขึ้นอีกประมาณ 5-7 % จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาสำคัญอย่าง วิกฤตแรงงานที่ขาดแคลนที่จะเห็นผลชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้

 

“ปกติแล้วในช่วงครึ่งปีหลังตลาดอสังหาฯจะคึกคักกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จากพฤติกรรมลูกค้าที่มักจะนิยมซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยต่างๆในช่วงปลายปี แต่สำหรับปีนี้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องทั้งปัญหาต้นทุนราคาวัสดุก่อสร้างและปัญหาวิกฤตแรงงานขาดแคลน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลให้ยอดรายได้ไม่เติบโตเท่าที่ควร จากการส่งมอบงานที่อาจจะต้องล่าช้าหรือเสร็จไม่ทันกำหนด”

ด้าน นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เผยว่า ปริมาณหน่วยขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อวิกฤตฟองสบู่ เนื่องจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในบางประเภทเริ่มมีการขายที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในทำเลต่างจังหวัดที่ในขณะนี้ตลาดแนวราบไม่คึกคักเท่ากับตลาดอสังหาฯประเภทห้องชุด

โดยจากรายงานการสำรวจปริมาณหน่วยขายที่เหลือของแต่ละจังหวัด ในเขตเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวพบว่า แม้ปริมาณหน่วยขายที่คงเหลือจะมีปริมาณไม่มาก หากด้วยราคาขายที่ตั้งเอาไว้สูงและไม่สอดคล้องกับทำเลและกำลังซื้อ ส่งผลให้ตลาดซื้อขายชะลอตัวลงจนแทบจะหยุดนิ่ง อาทิ ใน จ.เชียงใหม่ โครงการบ้านเดี่ยวระดับบน ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีหน่วยขายคงเหลือประมาณ 150 หน่วย และมีอัตราการขายที่ช้ามาก เช่นเดียวกับใน จ.เชียงราย โครงการห้องชุดระดับ 5-10 ล้านบาท ก็มีอัตราการขายที่ช้าเช่นกัน

สำหรับพื้นที่ในทำเลชายฝั่งทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ต่างก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับการขายที่ไม่กระเตื้องเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยในด้านราคาและกำลังซื้อที่สวนทางกัน โดยปริมาณโครงการอสังหาฯระดับหรูทั้งโครงการบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ที่มีราคาระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต่างติดไฟแดงในตลาดแทบทั้งสิ้นแม้จะเป็นโครงการในทำเล Sea Side เนื่องจากการตั้งราคาขายที่สูงลิบและกำลังซื้อจากต่างชาติที่ลดลงจากวิกฤตเศรษฐกิจในฝั่งยุโรป ส่งผลให้กำลังซื้อในตลาดมีจำนวนน้อยกว่าหน่วยขายที่คงค้างอยู่ในตลาดขณะนี้

การเมืองเสี่ยง-แรงงานขาด!..ผู้ประกอบการชี้ “ไม่มีอะไรจะเสีย?” ตั้งเป้าครึ่งปีหลังอัดโปรโมชั่นโกยยอดเฮือกสุดท้าย!

เริ่มตั้งเข็มทิศกันแล้วสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะสามารถกวาดยอดขายกันไปได้ไม่น้อย หากอีก 6 เดือนที่เหลือหลังจากนี้ยังไม่มีอะไรชี้ชัดได้ว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาฯจะวิ่งฉิวหรือสะดุดล้ม เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงในด้านต่างๆที่รอถาโถมเข้ามานั้นทั้งรุนแรงและยากจะรับมือ โดยเฉพาะปัญหาการเมืองและปัญหาแรงงานขาดแคลนที่หลายฝ่ายต่างกังวลว่า ในครึ่งปีหลังนี้สถานการณ์จะยิ่งหนักข้อกว่าในช่วงที่ผ่านมา

สถานการณ์โดยทั่วไปของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงครึ่งปีแรกต้องยอมรับว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ยังเป็นต่อในการครองตลาดซื้อขาย โดยเฉพาะในกลุ่มโครงการแนวสูงที่ยังคงสามารถกระจายตัวออกไปได้เรื่อยๆแม้ว่าตัวเลขปริมาณหน่วยขายในตลาดสุ่มเสี่ยงต่อการก่อสภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯก็ตาม ซึ่งในประเด็นความเสี่ยงของตลาดอสังหาฯนี้ “ทริสเรทติ้ง” ประเมินว่า ขณะนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นวงจรลักษณะของวัฏจักรขึ้น-ลง และมีการแข่งขันสูง ทำให้ความเสี่ยงในตลาดมีสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะการขาดแคลนแรงงานในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ส่งผลให้แนวโน้มตลาดในช่วงครึ่งปีหลังยังไม่เปิดไฟเขียวเสียทีเดียวนัก

นายปราโมทย์ ธีรกุล ประธานบริหารโฟร์พัฒนากรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด เผยว่า สถานการณ์ของตลาดอสังหาฯในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ยังต้องเฝ้าระวัง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การเมือง ราคาน้ำมัน และในด้านต้นทุนราคาต่างๆ เนื่องจากผลจากการปรับค่าขึ้นแรง และราคาวัสดุก่อสร้างที่จ่อปรับขึ้นอีกประมาณ 5-7 % จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหาสำคัญอย่าง วิกฤตแรงงานที่ขาดแคลนที่จะเห็นผลชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้

 

“ปกติแล้วในช่วงครึ่งปีหลังตลาดอสังหาฯจะคึกคักกว่าในช่วงครึ่งปีแรก จากพฤติกรรมลูกค้าที่มักจะนิยมซื้อบ้านหรือที่อยู่อาศัยต่างๆในช่วงปลายปี แต่สำหรับปีนี้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆยังคงมีมาอย่างต่อเนื่องทั้งปัญหาต้นทุนราคาวัสดุก่อสร้างและปัญหาวิกฤตแรงงานขาดแคลน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลให้ยอดรายได้ไม่เติบโตเท่าที่ควร จากการส่งมอบงานที่อาจจะต้องล่าช้าหรือเสร็จไม่ทันกำหนด”

ด้าน นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เผยว่า ปริมาณหน่วยขายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อวิกฤตฟองสบู่ เนื่องจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ในบางประเภทเริ่มมีการขายที่ชะลอตัว โดยเฉพาะในทำเลต่างจังหวัดที่ในขณะนี้ตลาดแนวราบไม่คึกคักเท่ากับตลาดอสังหาฯประเภทห้องชุด

โดยจากรายงานการสำรวจปริมาณหน่วยขายที่เหลือของแต่ละจังหวัด ในเขตเมืองใหญ่และแหล่งท่องเที่ยวพบว่า แม้ปริมาณหน่วยขายที่คงเหลือจะมีปริมาณไม่มาก หากด้วยราคาขายที่ตั้งเอาไว้สูงและไม่สอดคล้องกับทำเลและกำลังซื้อ ส่งผลให้ตลาดซื้อขายชะลอตัวลงจนแทบจะหยุดนิ่ง อาทิ ใน จ.เชียงใหม่ โครงการบ้านเดี่ยวระดับบน ราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป มีหน่วยขายคงเหลือประมาณ 150 หน่วย และมีอัตราการขายที่ช้ามาก เช่นเดียวกับใน จ.เชียงราย โครงการห้องชุดระดับ 5-10 ล้านบาท ก็มีอัตราการขายที่ช้าเช่นกัน

สำหรับพื้นที่ในทำเลชายฝั่งทั้งในภาคตะวันออกและภาคใต้ ต่างก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับการขายที่ไม่กระเตื้องเท่าที่ควร เนื่องจากปัจจัยในด้านราคาและกำลังซื้อที่สวนทางกัน โดยปริมาณโครงการอสังหาฯระดับหรูทั้งโครงการบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม ที่มีราคาระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ต่างติดไฟแดงในตลาดแทบทั้งสิ้นแม้จะเป็นโครงการในทำเล Sea Side เนื่องจากการตั้งราคาขายที่สูงลิบและกำลังซื้อจากต่างชาติที่ลดลงจากวิกฤตเศรษฐกิจในฝั่งยุโรป ส่งผลให้กำลังซื้อในตลาดมีจำนวนน้อยกว่าหน่วยขายที่คงค้างอยู่ในตลาดขณะนี้

 

รับเหมาก่อสร้างคอนโด

การก่อสร้าง

 

การก่อสร้าง ก่อสร้าง, Inc, ทำ ธุรกิจเป็น iSqFt ให้เสนอราคาการจูงใจจูงใจและจูงใจการการบริหาร การบริหาร ให้คนรับเหมาดารดาษคนรับเหมาและดารดาษเออร์ในกกท.สหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์การรับใช้ของ ทรัสต์ เป็นต้นว่ารับเหมาก่อสร้างสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริการงานก่อสร้างภาคเอกชนที่ช่วยให้คนรับเหมาดารดาษที่จะแจกจ่ายแผนโครงการแว่น, ภาคผนวกและสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่จะเป็นคนรับเหมาและดารดาษเออร์และห้องแผนสิ่งพิมพ์ซึ่งมีคนรับเหมาดารดาษเออร์และคร่าวค่ามืออาชีพที่มีการเข้าถึง ข้อมูลโครงการแผน รายคนเจ้าระเบียบและภาคผนวกสำหรับมติมหาชนในการเสนอราคาในโครงการงานก่อสร้างcompany’ s ผลิตภัณฑ์รวมทั้งยังนำไปสู่ ​​มติมหาชน สำหรับการสร้างผู้ผลิตคนส่งสินค้าในการสร้างและนำไปสู่การส่งผ่านเครือข่ายของห้องพักวางแผนการงานก่อสร้าง ววการงานก่อสร้าง งานก่อสร้าง, Inc ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 และมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริใหญ่ใน วางแผนการ, Ohio

เรียนภาษาและทำงานที่ออสเตรเลีย

 

คอร์สเรียน ภาษาอังกฤษ ออสเตรเลีย

ออสเตรเลียทำเลที่ที่ความพอเหมาะในการแก้ไขปรับปรุงภาษาอังกฤษของคุณ

เหมือนกับว่าภาษาใด ๆ วิถีทางที่ดีที่สุดเพื่อคืบหน้าภาษาอังกฤษของคุณคือการอาศัยอยู่ท่ามกลางและการสนทนากับเจ้าของภาษา ศึกษาในประเทศออสเตรเลียจะทำให้คุณมีโอกาสที่จะใช้และคืบหน้าภาษาอังกฤษของคุณทุกวันเดียว

 

การเรียนภาษา ออสเตรเลีย ในห้องเรียนภาษาอังกฤษออสเตรเลียคุณจะไม่ต้องท่องหนังสือรายการยาวจากหนังสือข้อความหมองคล้ำ คุณจะได้รับการศึกษาภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพของคอร์ส แต่คุณยังจะได้รับโอกาสในการศึกษาที่จะนำว่าในการใช้

 

ชัวร์เพื่อการตอบแทนความต้องการของคุณ

สิ่งที่ระดับภาษาอังกฤษที่วิทยาลัยภาษาอังกฤษจะมีโปรแกรมที่จะการตอบแทนความต้องการของคุณ วิทยาลัยส่วนใหญ่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกวิดีโอห้องสมุดและสื่อการศึกษารู้โดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วย 'ภาษาห้องปฏิบัติการของพวกเขายังมีซึ่งมีความคล้ายคลึงกับการประชุม' มุมภาษาอังกฤษ 'ในต่างประเทศมีห้าประเภทหลักของสื่อการศึกษาการสอนคอร์สภาษาอังกฤษในประเทศออสเตรเลีย:

ภาษาอังกฤษทั่วไป – คอร์สนี้มุ่งเน้นไปที่การคืบหน้าทักษะการสื่อสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดและการฟัง

ภาษาอังกฤษเพื่อการศึกษาต่อ – คอร์สนี้จะเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาที่มหาวิทยาลัยที่พูดภาษาอังกฤษหรือสถาบันอาชีวศึกษา

ภาษาอังกฤษเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ – คอร์สเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่การปฏิบัติภาษาอังกฤษสำหรับพื้นที่ชัวร์จำเพาะ รวมทั้งสิ้นภาษาอังกฤษสำหรับธุรกิจการบินหรือเที่ยว

เตรียมโรงเรียนมัธยมตอนปลาย – คอร์สนี้จะมีการคืบหน้าภาษาอังกฤษของคุณสำหรับการเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมตอนปลายของออสเตรเลีย

เตรียมสอบ – คอร์สเหล่านี้จะเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบวัดระดับความสามารถเด่น ทางภาษาอังกฤษรวมทั้งสิ้นระบบการภาษาอังกฤษระดับนานาชาติการประลอง (IELTS) การประลองภาษาอังกฤษในฐานะภาษาคนต่างประเทศ(TOEFL) และเคมบริดจ์ใบรับรอง การ เรียนภาษา ออสเตรเลีย

 

คุณสามารถจดทะเบียนเรียนในคอร์สภาษาอังกฤษในเวลาของปีใด คอร์สเต็มเวลาตั้งแต่สี่ประจำสัปดาห์ถึง 48 ประจำสัปดาห์ สมมติจะใช้ประมาณการ 25 ชั่วโมงต่อประจำสัปดาห์การศึกษารวมทั้งสิ้นเวลาที่ใช้ในสื่อการศึกษาและศึกษาด้วยตัวเอง

 

 

 

ทำไม่คนชาวอเมริกันถึงเรียนประเทศอินเดีย |คนนาฟต้าเลือกเรียนประเทศอินเดีย|คนต่างชาติเลือกเรียนที่ประเทศอินเดีย

 

มัชฌิมประเทศกับความเคร่งครัดที่มีต่อการศึกษาเล่าเรียนเป็นที่มักคุ้นกันดีสำหรับคุณภาพ ลักษณะเฉพาะและระบบการศึกษาเล่าเรียนของมัชฌิมประเทศร่วมกับวางนโยบายภาครัฐบาลที่มีคุณค่าหลายสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่จะติดตามศึกษาของพวกเขาที่นี่

 

บางส่วนของคุณค่ารวมไปถึง:เรียนอินเดีย

 

ระบบเครือข่าย สถาบันอุดมศึกษาที่มีโครงสร้างรองรับและแข็งแรง

 

มัชฌิมประเทศยืนสองปริมาณในการเสนอปริมาณมากที่สุดของวิทยาลัยระดับโลกและสถาบันอุดมศึกษาที่ประกอบไปด้วยหลักสูตรที่มีความหลากหลาย สถาบันอุดมศึกษาในมัชฌิมประเทศรวม – ถือว่าดั้งเดิมเฉพาะ ฯลฯ เปิด? และพวกเขาปริมาณถึง 310 พวกเขายังครอบคลุมลำธารต่างๆ ได้แก่ . วิศวกรรม ฯลฯ การจัดการทางการแพทย์, ศิลปะ, มนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์การพาณิชย์วิทยาศาสตร์?

 

การยอมรับทั่วโลก

 

ในอดีตที่ผ่านมาสถาบันอุดมศึกษามัชฌิมประเทศได้ทำผลงานเป็นอย่างมากในการวิจัยและพัฒนาในพื้นที่ตั้งแต่เทคโนโลยีชีวภาพไป Ocean เทคโนโลยี มัชฌิมประเทศสถาบันการศึกษาเล่าเรียนระดับสูงมีบทบาทสำคัญและเป็นผู้นำในเรื่องแบบดั้งเดิมเช่นกัน วิชารวม? ศิลปะมนุษยศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ปิโตรเลียมเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ / การศึกษาเล่าเรียนพื้นที่และพลังงานนิวเคลียร์ มัชฌิมประเทศรถไฟยังและคู่มือการพัฒนาประเทศมากมายสำหรับการริเริ่มการพัฒนาต่อไป

 

โครงสร้างรองรับค่าธรรมเนียมในระดับปานกลางและค่าใช้จ่ายของที่อยู่อาศัย

 

คุณภาพของการศึกษาเล่าเรียนมัชฌิมประเทศมาในราคาที่ดีที่สุดและราคาไม่แพง ที่อาศัยอยู่ในประเทศมัชฌิมประเทศเป็นต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยัง Comaprisions กับประเทศอื่น ๆ

 

คุณภาพการเรียนอินเดีย

 

 

รัฐบาลมัชฌิมประเทศบังคับแนวทางต่างๆเพื่อรักษาคุณภาพของการศึกษาเล่าเรียน รัฐบาลได้ทำให้มันบังคับสำหรับทุกสถาบันการศึกษาเล่าเรียนมัชฌิมประเทศเป็นที่ยอมรับของหน่วยงานที่เหมาะสมตามกฎหมายแห่งชาติระดับ

 

ร่างบางดังกล่าว:

มัชฌิมประเทศสภาการศึกษาเล่าเรียนทางเทคนิค? AICTE

แห่งชาติคณะกรรมการได้รับการรับรอง? เอ็นบีเอ

แห่งชาติประเมินและการพิสูจน์สภา NAAC

แพทย์สภาของมัชฌิมประเทศ MCI

สถาบันอุดมศึกษาถือเป็นคณะกรรมาธิการ? UGC

ทันตแพทย์สภาของมัชฌิมประเทศ DCI

มัชฌิมประเทศสภาวิจัยการเกษตร? ICAR

หลักสูตร

 

ระบบ การศึกษาเล่าเรียนของมัชฌิมประเทศดังนี้ 10 +2 +3 โครงสร้างรองรับซึ่งเปรียบเสมือนได้กับมาตรฐานสากล หลักสูตรที่กำหนดเป็นโปรแกรมที่คิดว่าดีออกให้บริการผลการผลิต

 

คุณค่าอื่น ๆ ของการศึกษาเล่าเรียนมัชฌิมประเทศรวม:

 

สถาบันอุดมศึกษามัชฌิมประเทศ / วิทยาลัยมีภาษาอังกฤษเป็นหนึ่งในสื่อภาคบังคับ พวกเขามีความเป็นที่ดึงดูด การศึกษาสิ่งแวดล้อม สถาบันอุดมศึกษาเหล่านี้ / วิทยาลัยที่ความเกี่ยวพันกับการเสนอขายขอบเขตอุตสาหกรรมเพื่อการพัฒนาทุกรอบ